SANTUARY IN THE SHADOW OF WAR

SANTUARY IN THE SHADOW OF WAR

สงคราม ความไม่ปลอดภัย Pavilionจึงถูกตีความเป็นที่พักพิงของผู้คน Refuge Pavilion ออกแบบโดยใช้ตะแกรงเหล็กฉีกเป็นเปลืกห่อหุ้มสื่อถึงเกาะกำบังที่แข็งแรงแต่ยังโปร่งใส แสงลอดผ่านลายตะแกรงสร้างเงาที่เปรียบเหมือนบาดแผลจากสงครามแต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความหวังที่ยังคงเล็ดลอดเข้ามา Pavilionจึงกลายเป็นพื้นที่หลบภัยและพื้นที่พักใจ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ชื่อผู้ออกแบบ
นางสาวขวัญภิรมย์ บุญหนา
นางสาววรัทยา ศรีสวัสดิ์
นางสาวพัชรพร ณัฎฐานันท์

อ.ดวงนภา ศิลปสาย

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
อนันต์ ศรีละ

อนันต์ ศรีละ

เข้าชม 32 ครั้ง
ขวัญภิรมย์ บุญหนา
115
เข้าชม
12
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
83 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
150 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
ร่วมสมัย
วัสดุก่อสร้าง
ผนังเหล็กฉีก Expanded Metal
แฮชแท็ก
expandedmetaldesign
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
SANTUARY IN THE SHADOW OF WAR
150 ตร.ม.
2025
สงคราม ความไม่ปลอดภัย Pavilionจึงถูกตีความเป็นที่พักพิงของผู้คน Refuge Pavilion ออกแบบโดยใช้ตะแกรงเหล็กฉีกเป็นเปลืกห่อหุ้มสื่อถึงเกาะกำบังที่แข็งแรงแต่ยังโปร่งใส แสงลอดผ่านลายตะแกรงสร้างเงาที่เปรียบเหมือนบาดแผลจากสงครามแต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความหวังที่ยังคงเล็ดลอดเข้ามาPavilionจึงกลายเป็นพื้นที่หลบภัยและพื้นที่พักใจ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น คณะผู้จัดทำ นางสาวขวัญภิรมย์ บุญหนา 66182110075-3 นางสาววรัทยา ศรีสวัสดิ์ 66182110311-3 นางสาวพัชรพร ณัฎฐานันท์ 66182110316-3 อาจารย์ที่ปรึกษา อ.ดวงนภา ศิลปสาย
1000 ตร.ม.
2025
เมืองเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายด้านประชากร วัฒนธรรม การใช้พื้นที่ และการพัฒนาเมือง ส่งผลให้แต่ละย่านสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านบวกและความท้าทายต่อการเข้าถึงและความปลอดภัย ที่สามารถรับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ พื้นที่นำร่องของการศึกษา คือ “เยาวราช” ย่านที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน และมีมิติของประสบการณ์ที่หลากหลาย โครงการนี้ทดลองออกแบบเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมโยงองค์ประกอบของเมืองเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสำรวจเมืองผ่านการใช้ประสาทสัมผัส ทำให้เมืองมีความสว่างและพรุนมากยิ่งขึ้น โดยใช้การออกแบบสถาปัตยกรรมให้กระจายตัวตามจุดต่าง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่มีศูนย์กลางหลัก (Hub System) การออกแบบในแต่ละจุด มีทั้งการปรับปรุงอาคารเดิมและการสร้างอาคารใหม่ที่มีลักษณะถาวรและเคลื่อนย้ายได้ เพื่อทำหน้าที่เข้าไป Plug-in สร้างแสงสว่างและชีวิตชีวาให้พื้นที่ และสามารถเคลื่อนย้ายไปสร้างแสงสว่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้ ซึ่งแต่ละจุดที่ทำการออกแบบเรียกว่า Folly ที่มีความหมายว่า จุดนำทางสำหรับผู้คน อาคารแต่ละจุดจะถ่ายทอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านเสียง กลิ่น แสง เงา พื้นผิว และบรรยากาศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองในมิติต่าง ๆ ซึ่งทำให้เมืองเกิดความพรุนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการฟื้นฟูพื้นที่ซ่อนเร้นหรือพื้นที่ถูกมองข้าม