นะบื้อเล๊ะตาฮู อูรักลาโว้ย

นะบื้อเล๊ะตาฮู อูรักลาโว้ย

ด้วยความน่าสนใจในรูปแบบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของอูรักลาโว้ยที่มีอัตลักษณ์ โดดเด่นเฉพาะตนแต่กลับไม่ได้มีการสืบทอดหรืออนุรักษ์เอาไว้เท่าที่ควร จึงเล่งเห็นความสำคัญ โครงการ นะบื้อเละตาฮู อูรักลาโว้ย (Leu Rak La Voi Learning Center on Koh Lipe) เพื่อเป็น พื้นที่ศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมของชาวเลอูรักลาโว้ยเพื่อที่จะให้คนรุ่นใหม่และ นักท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาและยังสอดคล้องนโยบาลด้านส่งเสริมภูมิปัญญา จังหวัดสตูลที่ผลักดันให้ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเลอูรักลาโว้ยบนเกาะหลีเป๊ะเป็นซอฟต์พาวเวอร์หลังถูกขึ้นบัญชีให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ระดับชาติ และเพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงให้กับคนในชุมชนควบคู่ไปกับ การคงอยู่ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั่งเดิมของชาวเลอูรักลาโว้ยสืบต่อไป แนวความคิดในการออกแบบสัดส่วนของอาคาร : เรือนบาเจาะเป็นเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิม ของชาวเลที่สะท้อนวิถีชีวิตและการใช้พื้นที่อย่างชาญฉลาด โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ใต้ ถุน ชานเรือน และหลังคา ซึ่งแต่ละส่วนมีบทบาทสำคัญและสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
Warathon Naiyana

Warathon Naiyana

เข้าชม 84 ครั้ง
อนุวัฒน์ สุคนทา
99
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
76 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
4,146 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
พื้นถิ่น
แฮชแท็ก
Thesisdesignaward2025
Thesisdesigndaward2025
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
106 ตร.ม.
2025
“Pattern of Gathering” (ลายเสื่อเชื่อมผู้คน) แรงบันดาลใจมาจาก “เสื่อรองนั่ง” ซึ่งในวิถีท้องถิ่นไม่ใช่แค่เครื่องใช้ในบ้าน แต่เป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่รวมใจ ทุกครั้งที่ปูเสื่อลง ผู้คนจะมานั่งล้อมวง แลกเปลี่ยนเรื่องราว และใช้เวลาร่วมกัน Pavilion นี้จึงนำแนวคิดนั้นมาต่อยอดทั้งในเชิงรูปแบบและการใช้พื้นที่ โครงสร้างและพื้นของ Pavilion ถูกออกแบบให้ถ่ายทอด “ลายสาน” ของเสื่อ ผ่านการจัดวางเส้นเหล็กหรือไม้เป็นจังหวะสานไขว้ เกิดเป็นแพทเทิร์นที่มองเห็นได้ทั้งจากด้านบนและเมื่อแสงลอดผ่านลงพื้น เส้นสายเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงลวดลายตกแต่ง แต่ยังสื่อสารถึงการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน วชิราภรณ์ ศรีภูมิ
128 ตร.ม.
2025
A pavilion perched on a little stream in the mountains becomes a delicate dialogue between nature and structure. Using expanded metal sheet as its primary element, the architecture breathes with light, shadow, and air. The perforated skin blurs boundaries, filtering mountain winds while allowing glimpses of flowing water below. Elevated lightly above the stream, it avoids heavy intervention, instead floating as a poetic shelter. This pavilion celebrates simplicity, transparency, and harmony, offering a meditative pause within the rugged mountain landscape. ออกแบบโดย นายธีร์ธวัช สุจีรพงศ์สิน นายกันต์พงษ์ บุญญะธนเศรษฐ์ อาจารย์ที่ปรึกษา อ.ดร.สกาวรัตน์