Expanded Lantern of Lanna

การสร้างความเชื่อมโยงและเปิดประสบการณ์ระหว่างความเป็นพื้นถิ่นล้านนา กับการออกแบบร่วมสมัย เป็นการสะท้อนถึงการพัฒนา และสืบสานวัฒนธรรม ผ่านภาษาของสถาปัตยกรรม โดยใช้ ตะแกรงเหล็กฉีก เป็นตัวแทนของความร่วมสมัย จึงเกิดเป็นแนวคิดของ ‘วัสดุสมัยใหม่ที่เล่าถึงภูมิปัญญาดั้งเดิม’
ชื่อสมาชิก 1. น.ส.จิณณ์จุฑากุนต์ โชคซุนสอน
2. น.ส.อภิชญา โพธิ์คำ

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
นาย ศรายุ เวชกิจ

นาย ศรายุ เวชกิจ

เข้าชม 14 ครั้ง
จิณณ์จุฑากุนต์ โชคซุนสอน
18
เข้าชม
1
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
6 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
100 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
หอประชุม / นิทรรศการ
สไตล์การออกแบบ
พื้นถิ่น
วัสดุก่อสร้าง
ผนังเหล็กฉีก Expanded Metal
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
150 ตร.ม.
2025
สำหรับชาวเมืองยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ เร่งรีบ และตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา การทำสมาธิเปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังสำหรับทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เพียงแต่เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการเติมพลังและคลายความเครียดที่สะสมไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสงบสติอารมณ์อันเกิดจากความกดดันในชีวิตประจำวันอีกด้วย การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอช่วยพัฒนาสมาธิ เสริมสร้างความจำ และปลูกฝังสภาวะแห่งความแจ่มชัดภายใน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นำไปสู่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้นทั้งในการทำงานและในชีวิตส่วนตัว นอกจากประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมเหล่านี้แล้ว การทำสมาธิยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ ความอดทน และความมีสติ ช่วยให้ผู้คนสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างสงบแทนที่จะหุนหันพลันแล่น การทำสมาธิยังช่วยให้หลุดพ้นจากความยุ่งเหยิงทางจิตใจและอิทธิพลเชิงลบทางสังคม ค่อยๆ สลายกิเลสและความวิตกกังวลที่บดบังสติสัมปชัญญะที่แท้จริง การนำจิตใจเข้าสู่สภาวะสงบและสมดุล การทำสมาธิจะกลายเป็นเส้นทางสู่การตระหนักรู้ในตนเอง วินัยในตนเอง และอิสรภาพภายในที่แท้จริง ผู้ออกแบบ นายเวชพิสิฐ เกิดแก้ว นายจิณณวัตร ไหมละออง อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ อธิพัตร กฤษณพันธุ์ อาจารย์ นพกร ผลาวรรณ์
106.09 ตร.ม.
2025
พาวิลเลี่ยนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นประติมากรรมที่สะท้อนแก่นแท้ของเมืองใหญ่ ซึ่งก็คือการอยู่ร่วมกันระหว่าง "ความเป็นระเบียบ" และ "ความวุ่นวาย" การออกแบบเริ่มต้นด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่สมมาต เพื่อเป็นตัวแทนของโครงสร้างและกฎเกณฑ์ในเมือง จากนั้นค่อยๆ ปรับเปลี่ยนและแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ทิศทาง เพื่อแสดงถึงความซับซ้อนและพลวัตของวิถีชีวิตคนเมือง การใช้ตะแกรงเหล็กฉีก ทำให้เกิดการเล่นกับแสงและเงาอย่างต่อเนื่อง และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ลื่นไหลระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก ตอกย้ำถึงสภาวะที่ไม่เคยหยุดนิ่งของเมือง ประสบการณ์ที่ผู้เข้าชมได้รับจึงเป็นการเดินทางที่ท้าทายการรับรู้ จากพื้นที่ที่ถูกกำหนดด้วยเส้นสายที่ชัดเจน ไปสู่พื้นที่ที่เปิดกว้างและไร้ขอบเขต ชื่อสามาชิก นางสาว จุฬาลักษณ์ หนองคำภา นางสาว วนิดา ดีเหลือ อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ รุจ รัตนพาหุ อาจารย์ วีรวรรณ สระทองห้อย