Pavilion กรองน้ำ

Pavilion กรองน้ำ

Pavilion แห่งนี้ออกแบบโดยแนวคิดที่ว่าตะแกรงเหล็กฉีกสามารถเป็นได้มากกว่าตะแกรงเหล็กฉีก ผ่านหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เพียงเป็นพื้นที่พักพิง แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งการกรองน้ำ การปลูกพืชบน Pavilion การใช้พลังงานสะอาด และการให้คุณค่ากับสิ่งเล็ก ๆ ซึ่งรวมกันสร้างระบบที่ยั่งยืน มีการจัดวางกระถางพื้นที่มีคุณสมบัติในการสร้างออกซิเจน สร้างความสดชื่นให้แก่ผู้ใช้งานนอกจากนี้ยังติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ เพื่อดึงพลังงานสะอาดมาใช้ในการทำงานของระบบกรองน้ำและระบบไฟฟ้าใน Pavilion ทำให้โครงการมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นให้ผู้ที่เข้ามาอยู่ภายใน Pavilionได้สัมผัสกับ อากาศที่บริสุทธิ์และเย็นกว่าที่ไหนๆ ได้พักผ่อนในบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ เสมือนเป็น “สถานที่บำบัด” ภายในเมือง ที่ช่วยลดความเครียด พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ
สมาชิก
1.ธนดล เพิ่มพูลมา 67544201035-0
2.ลภัสรดา พรเลิศ 67544201048-3
3.สุรักษ์ ซึชิยา 67544201062-4
อาจารย์ที่ปรึกษา
1.อาจารย์ปัตย์ ศรีอรุณ
2.อาจารย์มานิตา ชีวเกรียงไกร

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
นภสร ขันทอง

นภสร ขันทอง

เข้าชม 17 ครั้ง
พฤหัส อุตมะ

พฤหัส อุตมะ

เข้าชม 12 ครั้ง
ลภัสรดา พรเลิศ
16
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
8 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
149.8 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
โมเดิร์น
สวนสไตล์โมเดิร์น
วัสดุก่อสร้าง
ผนังเหล็กฉีก Expanded Metal
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
135 ตร.ม.
2025
ผลงานการออกแบบชิ้นนี้เป็นการ ขยายมุมมอง ต่อการใช้แผ่น Expanded Metal หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ เหล็กฉีก ให้ก้าวข้ามจากการใช้งานแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบที่มีความหลากหลายมากขึ้น แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการ “ขยายวิธีการติดตั้ง” ให้อยู่ในลักษณะสามมิติ แต่ยังเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ให้วัสดุได้ “ขยายศักยภาพ” ในการสื่อสารด้วยตัวเอง แม้ Expanded Metal จะมีลักษณะพื้นผิวที่ดูคล้ายสามมิติอยู่แล้ว แต่เมื่อถูกติดตั้ง ด้วยการม้วนเข้ากับโครงอลูมิเนียมทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ทำหน้าที่เป็นกรอบ วัสดุจึงสามารถเผยให้เห็นมิติใหม่ของการดัดโค้ง การแตกตัวของแสงและเงา และ การสร้างความลึกที่ซ้อนทับกันราวกับเป็น “การขยายมิติการรับรู้” ของผู้ใช้งานและผู้พบเห็น
150 ตร.ม.
2025
แนวคิดนี้เริ่มจากการมองเห็นคุณสมบัติทางกายภาพแบบเดิมของเหล็กฉีกที่ถูกใช้เป็นเพียงวัสดุ กลั้นตะแกรงและแผงงกันลื่น เราจึง มองเห็นแนววทางการออกแบบบที่จะนำเหล็กฉีกธรรมดาไปสู่งาน design ผ่านงานออกแบบ co-working space โดยการออกแบบเป็นพื้นที่ open space ได้มีการออกแบบบผ่านองค์ประกอบ อย่างเช่น พื้นที่นั่งพักผ่อน พื้นที่ทำงาน Partition ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานแต่ยังบรรยากาศการรับแสงลมและการเคลื่อนไหวของผู้ที่เข้ามาใช้งาน โดยลวดลายที่โปร่งเบา และคุณสมบัติทางกายภาพของเหล็กฉีก ที่มีความเบาแต่ยังคงความแข็งแรง ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการสร้างประสบการณ์และเชื่อมโยงผู้ที่ใช้งานเข้ากับพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น ดังนั้นเหล็กฉีกจึงไม่ได้เป็นแค่วัสดุแต่่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการออกแบบบที่มองเห็นคุณค่าจากเหล็กธรรมดาและกลั่นออกมาเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุด