PLAYGROUND ARCHITECTURE

PLAYGROUND ARCHITECTURE

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ แต่ขาดการลงทุนในพื้นที่สาธารณะ ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน การขาดแคลนสนามเด็กเล่นและพื้นที่สีเขียวทำให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาผ่านการเล่นถูกจำกัด

โครงการ “สถาปัตยกรรมเด็กเล่น” จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อฟื้นฟูย่านพาณิชยกรรมเสื่อมโทรม เช่น เขตห้วยขวาง ให้กลับมาเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อสุขภาวะ ผ่านการออกแบบที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติและกิจกรรมเล่น ไม่ว่าจะเป็นผนังมุดลอด ทางลาดเชื่อมต่อพร้อมสไลเดอร์ หลังคาที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างภายใน–ภายนอก หรือคอร์ทกลางสีเขียวที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นได้อย่างปลอดภัย และผู้ปกครองรู้สึกสบายใจ

พื้นที่ดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเสริม สุขภาวะทางกาย (ด้วยการเคลื่อนไหว เล่นสนุก) แต่ยังสร้าง สุขภาวะทางใจและสังคม (ด้วยความรู้สึกปลอดภัย การมีปฏิสัมพันธ์ และความสุขจากการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ) อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานอเนกประสงค์ สอดคล้องกับวิถีชีวิตเมืองร่วมสมัย

แนวคิดนี้จึงสะท้อนบทบาทใหม่ของสถาปัตยกรรม ที่ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเพื่อการใช้สอย แต่ยังเป็นเครื่องมือในการ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างเมืองที่ยั่งยืน

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
Wetpisit Koedkaew

Wetpisit Koedkaew

เข้าชม 51 ครั้ง
กาญจนา ผมงาม

กาญจนา ผมงาม

เข้าชม 16 ครั้ง
WANWISA RENU
97
เข้าชม
0
ถูกใจ
Thailand
ไทย

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
53 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
16,600 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
Open and Flexible Space
แฮชแท็ก
Thesisdesignaward2025
Thesisdesigndaward2025
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
Expanding through Modularity
102 ตร.ม.
2025
แนวคิดเริ่มจากวัสดุตะแกรงเหล็กฉีกที่ถูก “ขยาย” และนำมาสร้างเป็นโมดูลสี่เหลี่ยม เมื่อซ้อนและเรียงต่อกันจนเกิด Pavilion ทำให้พื้นที่ขยายจากเล็กสู่ใหญ่ จากกายภาพสู่การปฏิสัมพันธ์ เปิดรับผู้คนและสร้างการเชื่อมโยงใหม่ ๆ
144 ตร.ม.
2025
CONCEPTUAL DESIGN Nature Classroom Pavilion ห้องเรียนธรรมชาติแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงศาลาพัก แต่คือ สถาปัตยกรรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผู้ใช้จะได้เรียนรู้ผ่านการ เห็น ฟัง สัมผัส และใช้ชีวิต ท่ามกลางระบบนิเวศของสวนเบญจกิติ ในที่นี้ ธรรมชาติทำหน้าที่เป็นครู แสงแดดคือบทเรียนของเวลา สายลมคือบทเรียนของการเปลี่ยนแปลง เสียงนกและแมลงคือบทเรียนของความหลากหลาย ฤดูกาลคือบทเรียนของวัฏจักรชีวิต Pavilion จึงถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่กึ่งสาธารณะ–กึ่งส่วนตัว ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสและตีความบทเรียนจากธรรมชาติในแบบของตนเอง MATERIAL CONCEPT ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal) ทำหน้าที่มากกว่าวัสดุโครงสร้าง แต่คือ เครื่องมือแห่งการเรียนรู้ เป็น ตัวกรองธรรมชาติ (Filter of Nature) แสง ลม และเสียงลอดผ่าน เกิดเป็นการรับรู้ใหม่ เป็น สื่อกลางของที่อยู่อาศัย (Habitat Medium) สำหรับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้ามาอาศัย เป็น องค์ประกอบสถาปัตยกรรม ที่หลอมรวมผู้คนและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ดังนั้น Pavilion นี้จึงไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรม แต่คือ “ห้องเรียน” ที่ธรรมชาติเป็นผู้สอน และมนุษย์คือผู้เรียนรู้ตลอดเวลา