THE BREATHING LAKE

“บึงโขงหลง” เปรียบเสมือน“ปอด” ของชุมชนและธรรมชาติ ยังคงหายใจอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ THE BREATHING LAKE นี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของลมหายใจแห่งธรรมชาติ ที่ยังคงเต้นจังหวะเงียบ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลให้กับผืนแผ่นดิน และทุกชีวิตที่อาศัยพึ่งพามัน จึงออกเเบให้รูปทรงให้มีinspiretion มาจากเเหที่ไว้จับปลา ซึ่งจะสื่อว่าเเม้เเหจะพรากไปเพียงเเค่กายหยาบเเต่ไม่อาจจะพรากจิตวิญญาณเเห่งท้องทะเลสาบนี้ไปได้
เเละยังออกเเบบลวดลายตะเเกรง ให้เป็นเหมือนเกร็ดปลาบางช่องให้ดูเป็นpatternเพื่อจะสื่อได้ว่า อาจไม่สมบูรณ์เเบบเเต่ดูมีชีวิตชาเเละจังหวะ

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
ภาราดร ขันโททอง

ภาราดร ขันโททอง

เข้าชม 12 ครั้ง
อภินันท์ สิงห์มี

อภินันท์ สิงห์มี

เข้าชม 17 ครั้ง
ธนากร เกรงขาม
117
เข้าชม
5
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
58 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
140 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
โมเดิร์น ทรอปิคัล
วัสดุก่อสร้าง
หลังคาอื่นๆ โปรดระบุ
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
บ้านแสงสว่าง
42 ตร.ม.
2023
บ้านแสงสว่าง สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่เน้นการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดในการใช้ชีวิตและอยู่อาศัย เริ่มต้นจากการออกแบบให้เรียบง่าย ง่ายต่อการซ่อมและดูและรักษา การก่อสร้างด้วยตัวเองเพื่อเรียนรู้และฝึกฝนงานไม้และลดค่าใช้จ่ายค่าก่อสร้าง วัสดุไม้จากบ้านเก่าและวัสดุต่างๆเป็นของเหลือใช้ เช่น ประตู หน้าต่าง ก่อนการก่อสร้างบ้าน ได้ปลูกต้นไม้ล่วงหน้า 3-4 ปี เพื่อให้พื้นที่มีความร่มเย็น และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านได้แรงบันดาลใจการทำสวนยาง ที่ปลูกต้นไม้เป็นตาราง ดูเป็นระเบียบ
150 ตร.ม.
2025
พาวิเลียนริมน้ำแห่งนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของท่าเรือท่าเตียนที่แม้จะมอบทัศนียภาพงดงามของพระปรางค์วัดอรุณฯ แต่กลับไร้ร่มเงาและบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อน ด้วยการนำ เหล็กฉีก (Expanded Metal) มาใช้สร้างโครงสร้างโปร่งเบา จึงก่อเกิดพื้นที่ร่มที่ไม่ทึบตัน ให้ผู้คนได้พักสายตาและร่างกายจากแสงแดดร้อนแรง โดยยังคงเปิดมุมมองสู่สายน้ำและทิวทัศน์เบื้องหน้าได้อย่างเต็มตาพาวิเลียนทำหน้าที่เสมือน “ม่านบางเบา” ที่แผ่ร่มเงาลงบนพื้นที่ชมวิว วัสดุเหล็กฉีกสะท้อนความเป็นสมัยใหม่ ทว่ากลมกลืนกับบรรยากาศเมืองเก่า การจัดรูปทรงที่พลิ้วไหวและแผ่กว้างยังช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับท่าเรือ แปรเปลี่ยนจากเพียงพื้นที่สัญจรไปสู่ “เวทีริมน้ำ” ที่ผู้คนสามารถหยุดพัก มองพระอาทิตย์ลับฟ้าเหนือเจ้าพระยา และใช้เวลาได้ยาวนานกว่าที่เคยพาวิเลียนนี้จึงไม่เพียงแก้ปัญหาเรื่องความร้อนและการขาดร่มเงา แต่ยังเติมเต็มบทบาทใหม่ให้ท่าเรือท่าเตียนในฐานะ พื้นที่สาธารณะเชิงวัฒนธรรมที่ทั้งงดงาม สะดวก และเชื้อเชิญให้ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกับทิวทัศน์ประวัติศาสตร์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างละเมียดละไม สมาชิกกลุ่ม นางสาวศิวพร วงค์ษายะ นางสาวสุชาดา เรืองศรี อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ปัตย์ ศรีอรุณ