Interlace Pavillion

Pavilion “INTERLACE” คือสถาปัตยกรรมสาธารณะชั่วคราวที่ใช้
ตะแกรงเหล็กฉีก เป็นองค์ประกอบหลัก สร้างพื้นที่ที่สามารถขยาย/หด
ได้ตามกิจกรรม เกิดแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ช่วยเชื่อมผู้คนกับชุมชนและวัฒนธรรมร่วมสมัย

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
Phisut Deewan

Phisut Deewan

เข้าชม 56 ครั้ง
ภูมินทร์ ณ ถลาง
18
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
4 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
120 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
โมเดิร์น
มินิมอล
industrial design
แฮชแท็ก
eapandedmetaldesign
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
150 ตร.ม.
2025
Woven Layers of Safety” สถาปัตยกรรมที่เหมือน “ผืนผ้า” ถูกสานขึ้นเป็น ชั้น ๆ ของความปลอดภัย จากพื้นที่เปิด (pavilion) → ไปสู่ที่หลบภัย (shelter) โครงสร้าง: ด้านบนเป็นศาลาโปร่ง ใช้โครงสร้างเบา ไหลลื่น สื่อถึงความเป็นกันเองและการเปิดกว้าง การถักทอ (Woven): ใช้เส้นสายสถาปัตยกรรมที่เหมือนการทอ (ฝ้าเพดาน,ราวกันตก,façade,หรือตกเเต่งอื่นๆ ที่เป็น lattice pattern) เชื่อมโยงความรู้สึก “อิสระ + ปกป้อง” ไว้ในที่เดียว ทีม FPF นายภาณุวัฒน์ ส้มกลาง รหัสนักศึกษา 66182110119-5 นายทรงพล กุดหินนอก รหัสนักศึกษา 66182110140-9 นายเจษฎาภรณ์ ทาโคตร รหัสนักศึกษา 66182110133-1 อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ดวงนภา ศิลปสาย
1000 ตร.ม.
2025
เมืองเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายด้านประชากร วัฒนธรรม การใช้พื้นที่ และการพัฒนาเมือง ส่งผลให้แต่ละย่านสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านบวกและความท้าทายต่อการเข้าถึงและความปลอดภัย ที่สามารถรับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ พื้นที่นำร่องของการศึกษา คือ “เยาวราช” ย่านที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน และมีมิติของประสบการณ์ที่หลากหลาย โครงการนี้ทดลองออกแบบเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมโยงองค์ประกอบของเมืองเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสำรวจเมืองผ่านการใช้ประสาทสัมผัส ทำให้เมืองมีความสว่างและพรุนมากยิ่งขึ้น โดยใช้การออกแบบสถาปัตยกรรมให้กระจายตัวตามจุดต่าง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่มีศูนย์กลางหลัก (Hub System) การออกแบบในแต่ละจุด มีทั้งการปรับปรุงอาคารเดิมและการสร้างอาคารใหม่ที่มีลักษณะถาวรและเคลื่อนย้ายได้ เพื่อทำหน้าที่เข้าไป Plug-in สร้างแสงสว่างและชีวิตชีวาให้พื้นที่ และสามารถเคลื่อนย้ายไปสร้างแสงสว่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้ ซึ่งแต่ละจุดที่ทำการออกแบบเรียกว่า Folly ที่มีความหมายว่า จุดนำทางสำหรับผู้คน อาคารแต่ละจุดจะถ่ายทอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านเสียง กลิ่น แสง เงา พื้นผิว และบรรยากาศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองในมิติต่าง ๆ ซึ่งทำให้เมืองเกิดความพรุนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการฟื้นฟูพื้นที่ซ่อนเร้นหรือพื้นที่ถูกมองข้าม