ศาลาซึมเศร้า

ศาลาซึมเศร้า

"Nature’s Embrace”
เป็นการนำเปลือกไม้เก่าที่ถูกทิ้ง ผุพังมาออกแบบเป็นอาคาร ซึ่งสื่อถึงว่า ไม้แต่ละชิ้นอาจจะมีลักษณะที่ไม่ปกติ มีร่องรอยของการผุพัง
ไม่ใช่ว่าต้นไม้ทุกต้นจะสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด เมื่อต้นไม้กลายมาเป็นท่อนไม้หรือเปลือกไม้ มันก็มักจะถูกทำลาย ถูกบดเป็นเศษ ถูกทอดทิ้ง
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามีข้อบกพร่อง จึงไม่อาจนำรูปลักษณะเดิมของมันมาใช้งานได้

ในการออกแบบจึงมีการนำตะแกรงเหล็กฉีกมาวางซ้อนทับกัน ให้มีความคล้ายกับร่องรอยการผุพังของเปลือกไม้เก่า
และรูปทรงของอาคารออกแบบให้มีความโค้ง งอ เหมือนเปลือกไม้ที่พอเจอกับการเปลี่ยนแปลงของความชื้นและอุณหภูมิที่แตกต่างกัน
ก็ทำให้เซลล์ขยายตัวและหดตัวไม่สอดคล้องกัน ทำให้เนื้อเยื่อภายในเกิดความเครียดและบิดเบี้ยว ส่งผลให้เปลือกไม้โค้งงอ

และเส้นโค้งในบริบทของโรคซึมเศร้า สื่อถึงภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ความสุขลดลง แต่ในขณะเดียวกัน
เส้นโค้งก็ยังให้ความรู้สึกที่ อ่อนโยน ผ่อนคลาย สบายตา และสงบ จึงทำให้การออกแบบตัวอาคารมีรูปทรงบิดโค้ง คล้ายกับเปลือกไม้เก่า
ที่มีร่องรอยของการผุพัง มีความโค้งงอ และถูกล้อมรอบด้วย Landscape ที่มีความเป็นธรรมชาติเข้ามาเติมเต็มและโอบกอดตัวคาร
ให้มีความสมบูรณ์แบบ

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
เจนจิรา สีแก้วตู้

เจนจิรา สีแก้วตู้

เข้าชม 120 ครั้ง
ธนัชชา  เกษแก้ว

ธนัชชา เกษแก้ว

เข้าชม 38 ครั้ง
นพรัตน์ หลวงสี
38
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
19 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
150 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
โมเดิร์น
วัสดุก่อสร้าง
ผนังเหล็กฉีก Expanded Metal
แฮชแท็ก
expandedmetaldesign
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
20 ตร.ม.
2025
สวนสาธารณะในเมืองสงขลาไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียวสำหรับการพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเป็น “พื้นที่สังคม” ที่ผู้คนหลากหลายวัยและวัฒนธรรมเข้ามาพบปะ แบ่งปัน และใช้ชีวิตร่วมกัน สงขลาในฐานะเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย—ทั้งประวัติศาสตร์ การค้า และวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับทะเลสาบ—สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการอยู่ร่วมกันและการถักทอสังคม เงาและลวดลายที่เกิดขึ้นจากตะแกรงเมื่อแสงและลมพัดผ่าน จะสร้างประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา เสมือนการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในเมืองสงขลา Pavilion นี้จึงไม่เพียงตอบสนองการใช้งานเชิงกายภาพ แต่ยังสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นให้เกิดการใช้พื้นที่ในรูปแบบใหม่ สร้างจุดนัดพบ สร้างพื้นที่เรียนรู้ และสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันของผู้คนในเมือง
CO-LAB PAVILION
150 ตร.ม.
2025
แนวคิดนี้เริ่มจากการมองเห็นคุณสมบัติทางกายภาพแบบเดิมของเหล็กฉีกที่ถูกใช้เป็นเพียงวัสดุ กลั้นตะแกรงและแผงงกันลื่น เราจึง มองเห็นแนววทางการออกแบบบที่จะนำเหล็กฉีกธรรมดาไปสู่งาน design ผ่านงานออกแบบ co-working space โดยการออกแบบเป็นพื้นที่ open space ได้มีการออกแบบบผ่านองค์ประกอบ อย่างเช่น พื้นที่นั่งพักผ่อน พื้นที่ทำงาน Partition ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานแต่ยังบรรยากาศการรับแสงลมและการเคลื่อนไหวของผู้ที่เข้ามาใช้งาน โดยลวดลายที่โปร่งเบา และคุณสมบัติทางกายภาพของเหล็กฉีก ที่มีความเบาแต่ยังคงความแข็งแรง ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการสร้างประสบการณ์และเชื่อมโยงผู้ที่ใช้งานเข้ากับพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่น ดังนั้นเหล็กฉีกจึงไม่ได้เป็นแค่วัสดุแต่่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการออกแบบบที่มองเห็นคุณค่าจากเหล็กธรรมดาและกลั่นออกมาเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุด