CAMP WEAVE

โครงสร้างและรูปร่งของตัวอาคารได้รับแรงบัลดาลใจจาก Activities ของคนในชุมชนที่มาทำกิจกรรมร่วมกันในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน, วิ่ง, ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การนั่งชิลเพื่อรับบรรยากาศ ทำให้นึกถึงกิจกรรมอย่างการตั้งเต๊นท์ นั่งพูดคุยกันรอบกองไฟ ผสานเข้ากันกับแพทเทิร์นของตะแกรงเหล็กฉีก ช่วยให้สร้างมิติของแสงและเงาสร้างลวดลายสะท้อนบรรยากาศการแคมป์ปิ้งรอบกองไฟ

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
ปุระชัย คมคาย

ปุระชัย คมคาย

เข้าชม 15 ครั้ง
พิรญาณ์  ศรภักดี

พิรญาณ์ ศรภักดี

เข้าชม 25 ครั้ง
วิสสุตา อารีเอื้อ
12
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
4 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
142 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
พื้นถิ่น
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
110 ตร.ม.
2025
“ประชาทุ่ง” คือศาลาประชาคมสมัยใหม่ที่เติบโตขึ้นจากรากเหง้าของชุมชนเกษตรกรรม เป็นพื้นที่สาธารณะกลางหมู่บ้านที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ “แค่ใช้งานร่วมกัน” แต่เพื่อ อยู่ร่วมกัน อย่างแท้จริง โดยผสานความหมายดั้งเดิมของ “ศาลาประชาคม” ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของการประชุม การตัดสินใจ และการรวมตัวของผู้คน เข้ากับ “ลมหายใจของทุ่งนา” ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตชาวบ้าน “ประชาทุ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง หากแต่เป็น เครื่องมือของชุมชน ที่เปิดพื้นที่ให้ความสัมพันธ์หลากหลายได้เกิดขึ้น ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างวัย ระหว่างกลุ่มอาชีพ ระหว่างคนกับธรรมชาติ และระหว่างอดีตกับปัจจุบัน มันเป็นพื้นที่ที่รวมความเงียบของผู้สูงวัยเข้ากับเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ รวมบทสนทนาของชาวบ้านกับโอกาสในการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ — เป็นเวทีให้ชีวิตธรรมดามีพื้นที่ในการแสดงออกอย่างเต็มความหมาย ศาลาแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงศูนย์กลางของหมู่บ้านในเชิงกายภาพ แต่คือ ศูนย์กลางของการหายใจร่วมกัน ของทั้งคนและทุ่ง “ประชาทุ่ง” คือศาลาประชาคมสมัยใหม่ที่มีชีวิต เต้นไปตามจังหวะของชุมชน และเติบโตไปพร้อมกับผู้คนที่ใช้มัน ไม่ใช่แค่เพื่อพบกัน แต่เพื่อฟังกัน เห็นกัน และอยู่ร่วมกันอย่างลึกซึ้ง สมาชิก : ธรีรัตน์ พรมดวง อาจาร์ยที่ปรึกษา : อาจาร์ยรังสิทธิ์ ตันสุขี
98 ตร.ม.
2025
ฮูปแต้ม เป็นคำพื้นเมืองในภาษาถิ่นวัฒนธรรมลาวชาวอีสานโบราณ โดยฮูป หมายถึง รูป และคำว่า แต้ม หมายถึง การขีดเขียนหรือการระบายสี เป็นการตีความ “ฮูปแต้ม” ศิลปะจิตรกรรมเล่าเรื่องของอีสาน ให้กลายเป็นสถาปัตยกรรม โดยใช้แรงบันดาลใจจาก “ผ้าที่ปลิวพลิ้วไหว” ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวและความต่อเนื่องของเรื่องเล่า ประสบการณ์ที่จะได้รับเมื่อเข้าชม เมื่อเข้ามาก็จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง “เดินลอดผืนผ้าแห่งเรื่องราว” ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และความเชื่อผ่านแสง เงา และช่องเปิดที่เกิดขึ้นจากการจัดวางเหล็กฉีก และแสงที่ผ่านช่องว่างของเหล็กฉีกกับพื้นที่ว่าง ในบางโอกาสจะเพิ่การติดผลานนักวาดหรือพ้นลวดลายให้ตัวตะแกรงเหล็กส่วนที่ลอย และในส่วนของตรงโค้งออกแบบให้มีการใช้งานนั่งพัก/นั่งเล่นในสวนสาธารณะกลางเมือง การใช้งานจะคล้าย เปลญวน ออกแบบให้โปร่งเพื่อให้เหล็กตะแกรงมีความเล่นแสงที่มีเงามาจากต้นไม้และผ้า Team: แก่นคูน