ิ Railway Rest Stop

ิ Railway Rest Stop

ได้รับแรงบัลดาลใจจากคลื่นของแสง ทำให้ pavilionนี้ มีลักษณะโค้งตามลักษณะของคลื่นแสง มีลูกเล่นยนังทำจาก Expanded Metal ที่มีช่องทำให้แสงลอดผ่านได้ ทำให้เกิด space ที่น่าสนใจและได้รับประสบการใหม่ขณะนั่ง พัก ที่จะเชื่อมโยงคนกัยแสงเข้าด้วยกัน

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
นายสุข นันตา

นายสุข นันตา

เข้าชม 0 ครั้ง
มนัญญา สันทิส
9
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
8 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
150 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
Pavilion
วัสดุก่อสร้าง
ผนังเหล็กฉีก Expanded Metal
แฮชแท็ก
expandedmetaldesign
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
144 ตร.ม.
2025
CONCEPTUAL DESIGN Nature Classroom Pavilion ห้องเรียนธรรมชาติแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงศาลาพัก แต่คือ สถาปัตยกรรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผู้ใช้จะได้เรียนรู้ผ่านการ เห็น ฟัง สัมผัส และใช้ชีวิต ท่ามกลางระบบนิเวศของสวนเบญจกิติ ในที่นี้ ธรรมชาติทำหน้าที่เป็นครู แสงแดดคือบทเรียนของเวลา สายลมคือบทเรียนของการเปลี่ยนแปลง เสียงนกและแมลงคือบทเรียนของความหลากหลาย ฤดูกาลคือบทเรียนของวัฏจักรชีวิต Pavilion จึงถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่กึ่งสาธารณะ–กึ่งส่วนตัว ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสและตีความบทเรียนจากธรรมชาติในแบบของตนเอง MATERIAL CONCEPT ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal) ทำหน้าที่มากกว่าวัสดุโครงสร้าง แต่คือ เครื่องมือแห่งการเรียนรู้ เป็น ตัวกรองธรรมชาติ (Filter of Nature) แสง ลม และเสียงลอดผ่าน เกิดเป็นการรับรู้ใหม่ เป็น สื่อกลางของที่อยู่อาศัย (Habitat Medium) สำหรับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้ามาอาศัย เป็น องค์ประกอบสถาปัตยกรรม ที่หลอมรวมผู้คนและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ดังนั้น Pavilion นี้จึงไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรม แต่คือ “ห้องเรียน” ที่ธรรมชาติเป็นผู้สอน และมนุษย์คือผู้เรียนรู้ตลอดเวลา
1000 ตร.ม.
2025
เมืองเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายด้านประชากร วัฒนธรรม การใช้พื้นที่ และการพัฒนาเมือง ส่งผลให้แต่ละย่านสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านบวกและความท้าทายต่อการเข้าถึงและความปลอดภัย ที่สามารถรับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ พื้นที่นำร่องของการศึกษา คือ “เยาวราช” ย่านที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน และมีมิติของประสบการณ์ที่หลากหลาย โครงการนี้ทดลองออกแบบเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมโยงองค์ประกอบของเมืองเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสำรวจเมืองผ่านการใช้ประสาทสัมผัส ทำให้เมืองมีความสว่างและพรุนมากยิ่งขึ้น โดยใช้การออกแบบสถาปัตยกรรมให้กระจายตัวตามจุดต่าง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่มีศูนย์กลางหลัก (Hub System) การออกแบบในแต่ละจุด มีทั้งการปรับปรุงอาคารเดิมและการสร้างอาคารใหม่ที่มีลักษณะถาวรและเคลื่อนย้ายได้ เพื่อทำหน้าที่เข้าไป Plug-in สร้างแสงสว่างและชีวิตชีวาให้พื้นที่ และสามารถเคลื่อนย้ายไปสร้างแสงสว่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้ ซึ่งแต่ละจุดที่ทำการออกแบบเรียกว่า Folly ที่มีความหมายว่า จุดนำทางสำหรับผู้คน อาคารแต่ละจุดจะถ่ายทอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านเสียง กลิ่น แสง เงา พื้นผิว และบรรยากาศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองในมิติต่าง ๆ ซึ่งทำให้เมืองเกิดความพรุนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการฟื้นฟูพื้นที่ซ่อนเร้นหรือพื้นที่ถูกมองข้าม