Blooming Expansion

“Blooming Expansion” เป็นคอนเซ็ปต์โปรเจคที่สื่อถึงการเติบโตและการขยายตัวอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายดอกไม้ที่ค่อยๆ บานออก โครงสร้างหรือพื้นที่ของงานจะถูกออกแบบให้มีการแตกแขนง ขยายชั้น และเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นรูปแบบที่เคลื่อนไหวและพัฒนาไปเรื่อยๆ สื่อถึง การเปลี่ยนแปลง การต่อยอด และการเจริญเติบโต ทั้งในเชิงกายภาพของสถาปัตยกรรม/พื้นที่ และเชิงสัญลักษณ์ของแนวคิดหรือชุมชน
นางสาว ธัญลักษณ์ สุขเพ็ง
อาจารย์ที่ปรึกษา อ.กิตติ หร่ายขุนทด

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
ณัฐณิชา สุขสอาด

ณัฐณิชา สุขสอาด

เข้าชม 79 ครั้ง
ธนพร ชิดนอก

ธนพร ชิดนอก

เข้าชม 82 ครั้ง
ธัญลักษณ์ สุขเพ็ง
24
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
9 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
109.8 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
Responsive Facade (ฟาซาดตอบสนอง)ฟาซาดที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพแวดล้อม เช่น แสงแดด ทิศทางลม
พื้นถิ่น
วัสดุก่อสร้าง
ผนังเหล็กฉีก Expanded Metal
แฮชแท็ก
expandedmataldesign
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
LIVING EXPANSION
120 ตร.ม.
2025
Living Expanding สะท้อนอยู่ในการเติบโตของต้นตีนตุ๊กแก ที่ค่อย ๆ คลี่ตัวไปพร้อมแสงแดดและกาลเวลา และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสิ่งก่อสร้างในฐานะสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต รูปทรงที่เติบโตและแปรเปลี่ยนได้ดุจเพื่อนร่วมทางที่มีชีวิต
1000 ตร.ม.
2025
เมืองเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายด้านประชากร วัฒนธรรม การใช้พื้นที่ และการพัฒนาเมือง ส่งผลให้แต่ละย่านสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านบวกและความท้าทายต่อการเข้าถึงและความปลอดภัย ที่สามารถรับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ พื้นที่นำร่องของการศึกษา คือ “เยาวราช” ย่านที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน และมีมิติของประสบการณ์ที่หลากหลาย โครงการนี้ทดลองออกแบบเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมโยงองค์ประกอบของเมืองเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสำรวจเมืองผ่านการใช้ประสาทสัมผัส ทำให้เมืองมีความสว่างและพรุนมากยิ่งขึ้น โดยใช้การออกแบบสถาปัตยกรรมให้กระจายตัวตามจุดต่าง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่มีศูนย์กลางหลัก (Hub System) การออกแบบในแต่ละจุด มีทั้งการปรับปรุงอาคารเดิมและการสร้างอาคารใหม่ที่มีลักษณะถาวรและเคลื่อนย้ายได้ เพื่อทำหน้าที่เข้าไป Plug-in สร้างแสงสว่างและชีวิตชีวาให้พื้นที่ และสามารถเคลื่อนย้ายไปสร้างแสงสว่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้ ซึ่งแต่ละจุดที่ทำการออกแบบเรียกว่า Folly ที่มีความหมายว่า จุดนำทางสำหรับผู้คน อาคารแต่ละจุดจะถ่ายทอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านเสียง กลิ่น แสง เงา พื้นผิว และบรรยากาศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองในมิติต่าง ๆ ซึ่งทำให้เมืองเกิดความพรุนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการฟื้นฟูพื้นที่ซ่อนเร้นหรือพื้นที่ถูกมองข้าม